สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ ONE4BET

แบล็คแจ็คออนไลน์ ทีเด็ดไพ่ BLACKJACK จากเซียน

เกมไพ่ แบล็คแจ็ค (BLACK JACK)

แบล็คแจ็ค สุดยอดเกมไพ่ เกมคาสิโนแห่งยุคสมัยที่เหล่านักพนันต่างให้ความเห็นตรงกันว่าเป็นเกม คาสิโนออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมสูงมากจากทั่วโลก แบล็คแจ็คนั้นเหมาะสำหรับนักพนันที่ชอบวางแผน และยังต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า BLACKJACK เป็นเกมคาสิโนที่มีการเดิมพันต่อสู้ด้วยสมองและเทคนิคด้านคณิตศาสตร์ว่าด้วยเรื่องความน่าจะเป็น เกมไพ่แบล็คแจ็ค นี้ช่วยพัฒนาสมองแล้วยังสามารถสร้างกำไรให้กับเราได้อย่างมหาศาลอีกด้วย แบล็คแจ็คจึงเป็นเกมส์ที่มีเสน่ห์และเป็นที่นิยมไปทุกคาสิโนทั่วโลก แบล็คแจ็คออนไลน์ ยังเป็นเกมอีกชนิดที่ต้องเล่นให้ตัวเลขหน้าไพ่รวมกันให้ใกล้เคียง 21 คะแนน มากที่สุดหรือให้ครบ 21 คะแนน จึงจะชนะเกมๆนั้น หากหน้าไพ่รวมกันแล้วเกิน 21 คะแนน ถือว่าแพ้ทันที และในวันนี้ทางเราจะมาสอนวิธีการ เล่นแบล็คแจ็ค ว่าเล่นกันอย่างไร แต่ก่อนที่จะเล่นได้ต้องรู้ค่าของหน้าไพ่ โดยจะมีดังนี้

แบล็คแจ็ค BLACKJACK
แบล็คแจ็คBLACKJACK

ค่าของหน้าไพ่แบล็คแจ็ค

ค่าของหน้าไพ่แบล็คแจ็ค

1. A มีแต้มเป็น 1 หรือ 11 ก็แล้วแต่ไพ่ในมือของท่านจะมีแต้งรวมเท่าไหร่ หากว่าคุณได้ไพ่ A กับ 2 จะได้ผลรวมเท่ากับ 13 ซึ่งหากจั่วไพ่เพิ่มแล้วได้ตั้งแต่ 9 ขึ้นไป ผลรวมของไพ่โดยปกติจะเป็น 22 ซึ่งเกิน 21 ไพ่ A จะกลายเป็นแต้ม 1 ทันทีเพื่อไม่ให้ผลรวมเกินเกิน 21

2. ไพ่ 2-10 มีค่า ตามหน้าไพ่
3. ไพ่ J ,Q ,K มีค่า 10
4. ได้แต้มรวมของไพ่เท่ากับ 21 ใน 2 ใบแรก คือไพ่แบล็คแจ็ค ซึ่งก็คือ A กับ 10 , A กับ J , A กับ Q , A กับ K

วิธีการเล่น แบล็คแจ็ค

วิธีการเล่น 1

1. วิธีเล่น แบล็คแจ็คออนไลน์ วันนี้ ทางเราแนะนำให้เล่นของ VIVO Casino คาสิโนที่มีการ Live สดตลอด 24 ชม ยังมีดีลเลอร์ที่ท่านชื่นชอบให้เลือกได้อีกด้วย VIVO Casino จะต้องเติมเครดิตของท่านให้เพียงพอก่อนทำการเล่น

วิธีการเล่น 2

2. หลังจากที่เข้ามาใน VIVO Casino แล้วให้ทุกคนเลือกที่เกม แบล็คแจ็ค (BLACKJACK) ซึ่งจะอยู่ด้านบนตรงกลางหน้าจอพอดี

วิธีการเล่น 3

3. เลือกห้องดีลเลอร์ที่ชอบทางคาสิโนของเรามีห้องของ ไพ่แบล็คแจ็ค ให้เลือกอย่างมากมาย

วิธีการเล่น 4

4. การลงเดิมพันในห้องทุกท่านสามารถเลือกลงเดิมกัน เกมส์แบล็คแจ็ค ได้ตั้งแค่ 50 จนถึง 1 แสนเลยทีเดียว

การเดิมพันไพ่แบล็คแจ็คและอัตราการจ่าย

1. เจ้ามือแจกไพ่ให้ผู้เล่นคนละใบก่อนแล้วค่อยแจกให้ตัวเอง โดยผู้เล่นจะได้ไพ่คนละ 2 ใบ ส่วนเจ้ามือได้ 1ใบหรือหงาย 1 ใบ คว่ำ 1 ใบ(ไพ่ของผู้เล่นต้องคว่ำเสมอ)

2. หากไพ่ทั้ง 2 ใบของผู้เล่นรวมแล้วแต้มบนไพ่ยังห่างไกลจาก 21 มากสามารถเรียกไพ่ได้ไม่จำกัดจำนวน แต่หากแต้มบนไพ่เกิน 21 แพ้ทันที (เรียกไพ่ทีละคนตามลำดับ เจ้ามือเรียกไพ่เป็นคนสุดท้าย)

3. กฎของแบล็คแจ็ค เจ้ามือจะเรียกไพ่ให้ถึง 17 แต้มเป็นอย่างต่ำ ถ้าผู้เล่นได้แต้มตั้งแต่ 16 ลงมาถือว่าแพ้เจ้ามือ

4. หากผู้เล่นพอใจที่ 16 สามารถหยุดได้ รอลุ้นให้เจ้ามือได้แต้มเกิน 21 ผู้เล่นก็จะเป็นฝ่ายชนะ

การเดิมพันไพ่แบล็คแจ็คและอัตราการจ่าย

ศัพท์แบล็คแจ็ค

Blackjack (แบล็คแจ็ค) : การได้แต้ม 21 ทันทีเมื่อแจกไพ่สองครั้งแรก

Hit : การเรียกไพ่เพิ่มเพื่อให้เข้าใกล้ 21 แต้มให้มากที่สุด

Stand : การพอใจในไพ่ที่ได้มา (ชื่อเรียกอื่น ๆ: Stay, Stick, Stand pat)

Double down (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น) : เป็นการลงเดิมพันเพิ่มขึ้น 100% ตามกฎของแบล็แจ็ค ผู้เล่นวางเงินเดิมพันทับเส้นกรอบสี่เหลี่ยม กรณีนี้เรียกไพ่เพิ่มได้ 1 ใบเท่านั้นเพื่อลุ้นว่าไพ่ใบที่สามจะเป็นอะไร

Split (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น) : หากผู้เล่นได้ไพ่คู่ เช่น ไพ่ 5 สองใบ เจ้ามือจะถามว่าต้องการ Split? ไหม ถ้าตอบตกลงผู้เล่นก็สามารถเล่นไพ่ 2 ชุดได้ในเวลาขณะนั้น

Surrender (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น) : ในบางเกมผู้เล่นสามารถขอยอมแพ้ได้ และได้เงินพนันกลับคืนมาแค่ครึ่งเดียว

Insurance (ใช้ได้เมื่อตอนได้ไพ่ที่แจกมา 2 ใบแรกเท่านั้น): หากไพ่ใบแรกของเจ้ามือคือ A เจ้ามือจะถามว่าทำ Insurance? ไหม ถ้าทำก็เพิ่มเงินอีกครึ่งของวงเงินเดิมพัน (เช่น เงินเดิมพัน 10 เงิน Insurance คือ 5) เพราะไพ่ A ของเจ้ามือถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะชนะ หากเจ้ามือได้แบล็คแจ็คผู้เล่นจะได้เงินส่วนที่ทำ Insurance เพิ่มกลับมา ในทางกลับกันถ้าเจ้ามือแพ้จะริบเงินที่ทำ Insurance ไป

เล่นแบล็คแจ็คแบบเซียนพนัน

1. เริ่มต้นการเล่นแบล็คแจ็คนั้น ดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่ทั้ง 2 ใบให้กับผู้เล่นเพื่อนที่จะให้ ทางผู้เล่นประเมินไพ่ของตนเองว่า แต้มที่ได้มีแต้มสูงเกินไปหรือป่าว หรือว่าแต้มเท่าก็เพียงพอในการเล่นแล้ว เกมแบล็คแจ็ก นั้นจะวัดผลการแพ้-ชนะก็ต่อเมื่อมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งที่มีแต้มใกล้เคียงกับ 21 คะแนน ถ้าไหนที่ใกล้ 21 คะแนนกว่าจะเป็นผู้ชนะไป

2. ขั้นต่อมาเราจะพูดถึงการจั่วไพ่ หรือ การขอไพ่เพิ่มนั่นเอง หากแต้มที่เราได้จากไพ่ 2 ใบแรกที่ดีลเลอร์แจกนั้นมันน้อยเกินไป ผู้เล่นสามารถที่จะขอเรียกไพ่เพิ่มจากดีลเลอร์ได้ เรื่อย ๆ จนกว่าท่านจะพอใจ การที่เราขอไพ่แบบนี้มีชื่อเรียกว่า Stand (ถึงแม้จะมีข้อดีที่สามารถขอไพ่ได้เรื่อย ๆ แต่ก็ยังมีข้อควรระวังคือ หากท่านเรียกไพ่จากทางดีลเลอร์มากเกินไป ท่านอาจจะไม่ได้ไพ่ที่มีแต้มตามต้องการ แต้มที่ได้มาอาจจะเป็นจนทำให้แต้มของท่านนั้น Over ได้ และจะทำให้ท่านแพ้ไปในทันที)

3. เรามารู้จักกับการได้ แบล็คแจ็กกันดีกว่า การที่จะได้แบล็คแจ็คนั้นคืออะไร แบล็คแจ็คนั้นมีเงื่อนไขง่าย ๆ อยู่ว่า จะต้องได้ไพ่ 2 ใบแรกที่ได้จากดีลเลอร์จะต้องได้ 21 แต้มเท่านั้นถึงจะเรียกว่าเป็น แบล็คแจ็ก ถ้าหากเป็นการได้ไพ่จากการขอเรียกไพ่เพิ่ม จะไม่ถือว่าเป็นการได้ Blackjack และการได้แบล็คแจ็คนั้นยังมีอัตรการจ่ายเงินสูงถึง 1.5 เท่าอีกด้วย เช่นถ้าท่านวางเงินเดิมพัน 100 บาท ท่านจะได้เงินรางวัลกลับมา 150 บาทนั่นเอง

4. เทคนิคการแยกไพ่แบล็คแจ็ค เทคนิคหรือรูปแบบการเดิมพันแบบนี้จะมีความเสี่ยงในการเดิมพันข้อนข้างสูง กว่าแบบปกติ เทคนิคการแยกไพ่ เป็นการที่เราได้ไพ่ 2 ใบจากดีลเลอร์เหมือนกัน เราอาจจะใช้เทคนิคนี้ เพื่อแยกไพ่ออก เพื่อเพิ่มเงินในการเดิมพันออกเป็น 2 ขา ทำให้เราวางเงินเดิมพัน และทำกำไรได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เราได้ไพ่ 2 ตอนเริ่มต้นเป็น K 2 ใบ จะมีค่าเท่ากับใบละ 10 คะแนน แล้วเรามีเงินเดิมพัน 500 บาท เราต้องการแยกไพ่เพื่อเพิ่มเงินเดิมพันจะเท่ากับ K ใบที่ 1 วางเงินเดิมพัน 500 บาท ส่วน K ใบที่ 2 วางเงินเดิมพัน 500 บาท และเกมก็จะดำเนินไปตามปกติ แต่ถ้าหากว่า เราได้ 21 คะแนนจากการแยกไพ่ จะไม่ถือว่าเป็นการได้แบล็คแจ็ค เนื่องจาก 21 คะแนนที่ได้มาไม่ได้มาจาก ไพ่ 2 ใบแรก แต่ถ้าหากเจ้ามือได้ 21 คะแนนเหมือนกัน จะถือว่าเราเป็นฝ่ายแพ้ทันที

5. เทคนิคการเดิมพันแบบ 2 เท่า เทคนิคนี้เป็น รูปแบบการเดิมพัน แบล็คแจ็กที่มีการต่อยอดมาจากเทคนิคการแยกไพ่ โดยไพ่ที่ถูกแยกนั้นจะสามารถวางเงินเดิมพัน ได้มากขึ้น แต่จะมีเงื่อนไขอยู่ว่า ท่านสามารถเรียกไพ่จากทางดีลเลอร์ได้เพียงอีกแค่ 1 ใบเท่านั้น ไม่สามารถเรียกไพ่เกินนี้ได้

6. เทคนิคการประกันไพ่ เป็นเทคนิครูปแบบใหม่ที่ให้ผู้เล่นได้มีการประเมินไพ่ของทางดีลเลอร์ว่าไพ่ใบแรกของทางดีลเลอร์เป็นไพ่ที่มีแต้มดีหรือเปล่า เป็นไพ่ที่มีโอกาส จะเป็นแบล็คแจ็คได้ไหม เราสามารถวางเดินพันเป็นเงินประกันไพ่ได้ แต่สามารถลงเดิมพันได้แค่ครึ่งนึงของเงินเดิมพมันของเรา ยกตัวอย่างเช่น ในรอบนี้เราต้องการวางเงินเดิมพัน 500 บาท เราจะสามารถวางเงินประกันไพ่ของดีลเลอร์ได้ แค่ 250 บาทเท่านั้น แต่ถ้าหากว่าทางดีลเลอร์เกิดได้ แบล็คแจ็คขึ้นมาจริงๆ เราจะได้อัตราการจ่ายเงินที่วางเดิมพันไปถึง 2 เท่า แต่ว่าถ้าหากเจ้ามือไม่ได้ แบล็คแจ็คขึ้นมา เงินที่เราลงไปนั้นจะถือว่าเสียเงินฟรี และเกมก็จะดำเนินตามขั้นตอนต่อไปจนจบ


diamond 1
เห็นไหมว่าทุกเทคนิคของ แบล็คแจ็คออนไลน์ นั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เราสามารถนำข้อดีและข้อเสียต่างๆ ของ ไพ่แบล็คแจ็ค มาช่วยในการตัดสินใจในการเดิมพันได้ ถ้าเราวิเคราะห์ดีๆ เราจะสามารถสร้างกำไรมากมายจากการ เล่นแบล็คแจ็ค และยังวิเคราะห์ตรงนี้ได้เลย ในการเดิมพัน BLACKJACK แต่ละครั้งท่านต้องมีสติให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดการลงพลาดเพราะว่าเกม แบล็คแจ็ค นั้นเป็นเกมที่ต้องใช้ความคิดเยอะและต้องรอบคอบก่อนที่จะลงเดิมพัน มิฉะนั้นจะทำให้เราเสียเงินได้ หากท่านต้องการ คาสิโนออนไลน์ที่สามารถจ่ายให้ท่านได้จริง ๆ เราก็ขอแนะนำ ONE4BET คาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุดในตอนนี้ ที่เปิดให้เล่นทุกการเดิมพันที่ท่านต้องการ และยังจ่ายแบบ ไม่มีขอบเขตวงเงินอีกด้วย
บทความ ที่น่าสนใจ
บทความ ใหม่ล่าสุด